11/05/2009

โป๊ปขอพระเจ้าประทานความกล้าให้คริสตชนในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์



สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงวิงวอนพระคริสตเจ้าประทานความกล้าหาญสำหรับการดำเนินชีวิตให้กับคริสตชนในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ หลังต้องอยู่อย่างหวาดระแวงต่อภัยคุกคามตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ทรงเรียกร้องทุกฝ่ายเคารพสิทธิสตรีและความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมนุษย์




เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุของค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาซึ่งจัดที่สนามฟุตบอลเมืองอัมมนาน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมกว่า 25,000 คน ความพิเศษของมิสซานี้ อยู่ที่การรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็กๆจำนวน 200 คน โดย 40 คนเป็นกลุ่มผู้อพยพชาวอิรัก นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 ทรงส่ง เจ้าชายกาซี บิน โมฮัมเหม็ด ให้เป็นผู้แทนพระองค์มาร่วมพิธีด้วย

ในส่วนของบทเทศน์ประจำพิธี พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงวอนขอพระเจ้า โปรดประทานความกล้าให้กับคริสตชนตะวันออกกลางได้ดำเนินชีวิตดุจประจักษ์พยานยืนยันถึงพระองค์ นอกจากนี้ ปี 2009 พระศาสนจักรในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์กำหนดให้เป็นปีครอบครัว พระสันตะปาปาจึงเน้นย้ำความสำคัญของสตรีและเรียกร้องทุกคนให้เคารพผู้หญิงด้วย

พระสันตะปาปา เริ่มต้นบทเทศน์ ด้วยการให้กำลังใจทุกคนว่า "พ่อมาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจพวกท่านในการยืนหยัดต่อความเชื่อ, ความหวัง, ความรัก และความซื่อสัตย์ต่อประเพณีดั้งเดิม รวมถึงประวัติศาสตร์อันเด่นชัดของการเป็นประจักษ์พยานแห่งคริสตศาสนาซึ่งท่านได้รับมาตั้งแต่ยุคของอัครสาวก พ่อทราบดีว่า คริสตังที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ ต้องสัมผัสกับความยากลำบากและความไม่ปลอดภัยหลายรูปแบบ กระนั้น พ่อหวังว่า พวกท่านจะไม่ลืมความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดซึ่งเราทุกคนได้รับสืบต่อกันมา"

จากนั้น ผู้นำชาวคาทอลิกทั่วโลก ทรงกระตุ้นคริสตังทั้งในจอร์แดนและแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้มี "ความกล้า" ที่จะยืนหยัดในความเชื่อและสร้างสังคมให้ปรองดองตามแบบฉบับพระเยซู พระองค์ตรัสว่า "ขอให้ความกล้าหาญของพระคริสตเจ้าผู้เป็นนายชุมพาบาลของชาวเรา ดลบันดาลและสถิตอยู่กับท่าน เพื่อให้ท่านเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อและปกป้องพระศาสนจักรในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้พบกับความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าคือรากเหง้าทางความเชื่อของคริสตชนและยังเป็นพันธกิจของพระศาสนจักรในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าเรียกร้องให้ท่านแต่ละคนมีความกล้า กล้าในที่นี้หมายถึงกล้าที่จะยืนยันว่าเราเป็นคริสตชนด้วยความเชื่อ ไม่ใช่เป็นคริสตชนตามคนในครอบครัว"

"ความกล้าต่อมา ก็คือ กล้าที่จะเสวนาและทำงานร่วมกับคริสตชนต่างนิกายในการรับใช้พระวรสารและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ยากไร้ ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรม ความกล้านี้จะเป็นสะพานเชื่อมคนทุกชาติทุกศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มันยังทำให้ทุกคนเป็นประจักษ์พยานถึงความรักซึ่งทำให้เรากล้าที่จะอุทิศตนรับใช้เพื่อนมนุษย์"

พระสันตะปาปาผู้ทรงพระชนมายุ 82 ชันษา ยังได้ย้ำว่า ผู้หญิงทุกคนมีบทบาทสำคัญตามแผนการไถ่บาปของพระเจ้า นอกจากนี้ พระองค์ทรงร่วมเป็นกระบอกเสียงในการปกป้องสิทธิและเชิดชูบทบาทสตรี ด้วยการนำสิ่งที่ พระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เคยกล่าวถึงการเป็นประกาศกของสตรี มาแบ่งปันสัตบุรุษด้วย

พระสันตะปาปา ตรัสว่า "ปีนี้ พระศาสนจักรในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์กำหนดให้เป็นปีครอบครัว สิ่งนี้คือการเน้นย้ำความศักดิ์สิทธิ์ กระแสเรียก และพันธกิจของผู้หญิงตามแผนการของพระเจ้า พ่ออยากให้พวกเราลองไตร่ตรองว่า พระศาสนจักรในแผ่นดินนี้เป็นหนี้ความอดทน ความรัก และการเป็นประจักษ์พยานทางความเชื่อของผู้เป็นมารดา, ซิสเตอร์, ครู, หมอ และนางพยาบาล มากขนาดไหน สังคมของพวกท่านเป็นหนี้บุญคุณผู้หญิงที่พร้อมอุทิศตนสร้างสันติมากเพียงใด"

"ในปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างชายและหญิงตามพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ ทว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระเจ้าประทานให้กับผู้หญิง ไม่ได้รับการปกป้องและเคารพเท่าที่ควร พระศาสนจักรภายใต้การนำของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ก็ตระหนักถึงปัญหานี้ดี พระองค์จึงออกมาเน้นย้ำเรื่อง "พระพรแห่งการเป็นประกาศกของสตรี" การเป็นประกาศกนี้ ผู้หญิงได้ประกาศความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น ความมีมนุษยธรรม และสันติสุขให้กับสังคม ฉะนั้น พ่อจึงอยากให้เราทุกคนเคารพสิทธิสตรีและปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ พระศาสนจักรในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์สามารถทำสิ่งนี้ได้ โดยการมอบวัฒนธรรมแห่งความรักและความเมตตาให้กับสังคม"

"พระเยซูตรัสว่า "เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา" (จอห์น 10:14) ดังนั้น จงชื่นชมยินดีเถิด พระเจ้าทรงนำเราให้มาเป็นหนึ่งในฝูงแกะของพระองค์และพระองค์ก็รู้จักชื่อเราแต่ละคนด้วย จงติดตามพระเยซูด้วยความชื่นชมยินดีและจงให้พระองค์นำทางเรา พระเยซูทรงทราบถึงความท้าทายต่างๆที่เราประสบ พระองค์ทราบถึงการประจญที่เราถูกล่อลวง กระนั้น พระเยซูก็ทราบดีว่า เราอดทนต่อสิ่งเหล่านี้เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ จงวางใจในพระเจ้าและวางใจในความรักที่พระองค์มอบให้แกะทุกตัว จงนำความรักนี้เป็นแรงขับเคลื่อนในการเป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้ายบทเทศน์

หลังพิธีมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสัตบุรุษสวดบทราชินีแห่งสวรรค์ โดยก่อนนำภาวนา พระองค์ทรงเรียกร้องการเคารพสิทธิสตรีซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการวอนขอนานาชาติ ร่วมกันสร้างสันติภาพให้เกิดกับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์

สำหรับตารางเวลาต่อจากนี้ พระสันตะปาปาจะเสด็จไปเสวยอาหารเที่ยงร่วมกับพระอัยกาและบรรดาพระสังฆราช ภายในสถานเอกอัครสมณทูตวาติกัน ส่วนช่วงบ่าย พระองค์จะเสด็จไปภาวนา ณ สถานที่ซึ่งพระเยซูทรงรับพิธีล้างจากนักบุญจอห์น บัปติสต์ ที่แม่น้ำจอร์แดน (Bethany Beyond the Jordan) ต่อไป



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ประมวลภาพ : โป๊ปถวายมิสซาแรกในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์





No comments:

Post a comment