12/05/2009

โป๊ปเสด็จถึงอิสราเอลพร้อมประณามลัทธิเกลียดชังชาวยิว



สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จถึงอิสราเอลโดยสวัสดิภาพแล้ว พร้อมกันนี้ ทรงกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการประณามลัทธิเกลียดชังชาวยิว (Anti-Semitism) เป็นอาชญากรรมที่น่ารังเกียจซึ่งต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว นอกจากนี้ ทรงวอนรัฐบาลอิสราเอล ควรให้ผู้แสวงบุญมาแผ่นดินของตนแบบไม่ต้องมีกฏเกณฑ์มากมายมาทำให้ลำบากใจ




เมื่อช่วงเที่ยงวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ผู้นำชาวคาทอลิกทั่วโลก ทรงประทับเครื่องบินพระที่นั่งถึงสนามบินนานาชาติ เบน กูร์ยอน เมืองเทล-ฮาวีฟ ประเทศอิสราเอล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี ชิม่อน เปเรซ ประธานาธิบดีอิสราเอล และ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี รอถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ โอกาสนี้ พระสันตะบิดาเจ้าทรงกล่าวสุนทรพจน์แรกในดินแดนที่พระเยซูประสูติว่า ทัศนคติและลัทธิเกลียดชังชาวยิวถือเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมนุษย์ ฉะนั้น เราต้องร่วมมือกำจัดแนวคิดนี้ให้สูญสิ้นไปโดยเร็ว

ความสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกกับชาวยิวต้องประสบปัญหาครั้งใหญ่ เมื่อพระสังฆราช ริชาร์ด วิลเลียมสัน 1 ใน 4 พระสังฆราชกลุ่มเลอแฟ๊บวร์ที่ได้รับการอภัยโทษจากพระสันตะปาปา ได้ออกมากล่าวว่า การฆาตกรรมหมู่ชาวยิวระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 2 ไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพประวัติศาสตร์ที่ชาวยิวต้องประสบ และยังเป็นการดูหมิ่นพวกเขาว่ากุเรื่องขึ้นมาด้วย

พระสันตะปาปาจึงเริ่มต้นตรัสสุนทรพจน์ ด้วยการร่วมประณามลัทธิเกลียดชังชาวยิวว่า "แนวคิดเกี่ยวกับลัทธิเกลียดชังชาวยิวถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง สิ่งนี้คือโศกนาฏกรรมที่ชาวยิวต้องประสบ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือการปฏิเสธความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมนุษย์ทุกคน"

"ตลอดระยะเวลาที่ข้าพเจ้าจะพำนักอยู่ในอิสราเอล มันเป็นเรื่องเหมาะสมและชอบยิ่งนักที่ข้าพเจ้าจะมีโอกาสได้กล่าวคำสดุดี เพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณชาวยิวกว่า 6 ล้านคนซึ่งตายระหว่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ข้าพเจ้าจะภาวนาให้มนุษยชาติรำลึกถึงอาชญากรรมครั้งร้ายแรงนี้ไปตลอด ปัจจุบัน มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ลัทธิเกลียดชังชาวยิว ยังคงได้รับการปลูกฝังความคิดสุดอัปลักษณ์ไปทั่วทุกมุมโลก นี่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เราพบลัทธิเกลียดชังชาวยิว เราก็ต้องกำจัดมันให้หมดไป เราต้องส่งเสริมให้เกิดความเคารพและให้เกียรติต่อสมาชิกทุกคนของสังคม ไม่ว่าเขาจะเป็นคนชาติไหน พูดภาษาอะไร เราก็ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน"

จากนั้น ผู้นำชาวคาทอลิกทั่วโลก ทรงกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยทรงขอร้องผู้นำทั้งสองประเทศรีบหาทางออกให้ความขัดแย้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ตอนนี้ ทั่วโลกต่างจับจ้องมาที่ผู้คนในละแวกนี้(แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์) ประหนึ่งว่า พวกเขากำลังดิ้นรนเพื่อให้ได้รับความยุติธรรมและทางออกของความขัดแย้งซึ่งสร้างความสูญเสียให้พวกเขาเป็นอย่างมาก ความหวังของผู้คนมากมายต่างต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในอนาคต สิ่งเหล่านี้ ล้วนขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์"

"ข้าพเจ้ามาที่นี่ เพื่อสวดภาวนาวอนขอสันติภาพ ข้าพเจ้าจึงขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคนที่มีจิตใจดีงาม และก็ขอเรียกร้องไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้โปรดหาทางออกให้กับอุปสรรคเหล่านี้ เพื่อที่ว่า ประชากรทุกคนจะได้ดำเนินชีวิตท่ามกลางสันติสุขในบ้านเกิดเมืองนอนของตน ข้าพเจ้าหวังและภาวนาว่า บรรยากาศแห่งความวางใจจะเกิดขึ้นโดยเร็ว และขอให้ความวางใจทำให้ทุกคนเดินร่วมกันบนหนทางแห่งสันติภาพด้วย"

ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงเป็นกระบอกเสียงแทนนักแสวงบุญทุกคน ในการขอร้องรัฐบาลอิสราเอลให้ลดระดับความเข้มงวดแบบไร้สาระเวลา หลังล่าสุด กลุ่มผู้แสวงบุญชาวเยอรมันและอาร์เจนติน่า ได้รับวีซ่าให้อยู่ในอิสราเอลได้เพียง 1 วันเท่านั้น การอนุญาตแบบนี้ ทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์ติดตามพระสันตะปาปาตลอดระยะเวลาที่พระองค์อยู่ในบ้านเกิดของพระเยซู

"มันเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าของข้าพเจ้าที่อยากเห็นผู้แสวงบุญที่มาเยือนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระโดยปราศจากข้อจำกัดทางศาสนา ทั้งนี้ เพื่อพวกเขาจะได้มีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองทางจิตใจและยังเป็นการส่งเสริมคุณค่าให้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในประเทศนี้ด้วย" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประทับบนเที่ยวบินจากจอร์แดนสู่อิสราเอล บรรดาพนักงานบริการบนเครื่องได้เข้ามากราบทูลพระสันตะปาปาว่า "ขอให้พระองค์ประสบความสำเร็จในการนำสันติภาพมาสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์" ส่วนสุนทรพจน์ที่ ชิม่อน เปเรซ ประธานาธิบดีอิสราเอล กล่าวต้อนรับพระสันตะปาปา มีใจความสำคัญว่า "ขอต้อนรับผู้เสด็จมาในพระนามของพระเจ้า ขอให้พันธกิจแห่งสันติภาพที่ท่านจะปฏิบัติในประเทศของเรา สำเร็จไปตามพระประสงค์ของพระผู้ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด"

ทั้งนี้ หลังพิธีต้อนรับที่สนามบินจบลงแล้ว พระสันตะปาปาทรงประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อไปเสวยอาหารเที่ยงที่สถานเอกอัครสมณทูตวาติกันต่อไป ส่วนพิธีการในช่วงบ่าย ผู้นำชาวคาทอลิกทั่วโลก จะเสด็จไปพบ ชิม่อน เปเรซ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ต่อไป



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ประมวลภาพ : พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาที่สนามบินเบนกูร์ยอน





No comments:

Post a comment