09/05/2009

โป๊ปเสด็จถึงจอร์แดนพร้อมขอบคุณที่มอบเสรีภาพในการนับถือศาสนา



สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงขอบคุณประเทศจอร์แดนที่มอบสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาให้ประชากรของตน พร้อมกันนี้ ทรงชื่นชมแนวทางที่ใช้ขจัดความขัดแย้งภายในชาติ เช่นเดียวกับ การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิม






เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุของค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ได้ประทับเครื่องบินพระที่นั่งมาถึงสนามบินนานาชาติควีนเอเลีย กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อเริ่มต้นการแสวงบุญแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทันทีเสด็จมาถึง สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 และ สมเด็จพระราชินีเรเนีย ได้เข้ามาต้อนรับ ก่อนจะเชิญพระสันตะบิดาเจ้าดำเนินผ่านกองทหารเกียรติยศ เพื่อขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แรก โดยใจความสำคัญนั้น พระองค์ทรงชื่นชมจอร์แดนที่มอบเสรีภาพในการนับถือศาสนาและเสริมสร้างแนวทางสมานฉันท์ให้คนในประเทศ

พระสันตะปาปา เริ่มต้นตรัสว่า "ข้าพเจ้ามาเยือนประเทศจอร์แดนในฐานะผู้แสวงบุญ ข้าพเจ้ามาที่นี่ด้วยความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อหน้าประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล" (ภูเขาเนโบในจอร์แดน เป็นสถานที่ซึ่งเชื่อกันว่า โมเสสได้สิ้นใจที่นี่)

จอร์แดนเป็นชาติอาหรับที่มอบเสรีภาพในการนับถือศาสนาให้คนในประเทศ พระสันตะปาปาจึงไม่ลืมจะกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ข้าพเจ้าขอขอบคุณประเทศแห่งนี้ สำหรับการมอบเสรีภาพในการนับถือศาสนาให้พลเมืองทุกคน แน่นอนว่า เสรีภาพในการนับถือศาสนาคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ข้าพเจ้าสวดภาวนาและมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า การเคารพสิทธิและความศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด จะยังคงได้รับการปกป้องต่อไปเรื่อยๆ ไม่เฉพาะในตะวันออกกลาง แต่รวมไปถึงทุกภาคส่วนของโลก"

ย้อนกลับไปใน ค.ศ.2004 สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 ทรงออก "สาส์นอัมมาน" ที่ว่าด้วยการปกป้องหลักคุณงามความดีของศาสนาอิสลาม หนึ่งในนั้นได้แก่ การสร้างความปรองดองระหว่างชาวมุสลิมและชาวคริสต์ในประเทศ, การต่อต้านลัทธิก่อการร้าย, การต่อต้านพวกที่ชอบอ้างพระเจ้าเวลาสร้างความรุนแรง ฯลฯ พระสันตะปาปาจึงชื่นชมเรื่องนี่จากใจจริง พร้อมหวังว่า การมาเยือนจอร์แดนจะทำให้พระองค์ได้สนทนากับพี่น้องมุสลิมด้วยใจจริง

"สาส์นอัมมานถือเป็นสิ่งล้ำค่าซึ่งได้สร้างบรรทัดฐานให้กับการดำเนินชีวิตร่วมกันระหว่างชาวมุสลิมกับชาวคริสต์ ข้าพเจ้าขอสดุดีความตั้งใจจริงของสมเด็จพระราชาธิบดี ที่ต้องการให้จอร์แดนเป็นประเทศที่ปราศจากความขัดแย้งทางความเชื่อ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมาเยือนในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้องชาวมุสลิมด้วยความเคารพรักจากใจจริง เช่นเดียวกับ จะได้เสริมสร้างมิตรภาพระหว่างชาวคริสต์และชาวมุสลิมให้แน่นแฟ้นยิ่งๆขึ้นไป โดยอาศัยความรักที่เรามีต่อพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว"

ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงปิดการกล่าวสุนทรพจน์แรกในจอร์แดนว่า "ข้าพเจ้าขอถวายพระพรให้ สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 และ สมเด็จพระราชินีเรเนีย ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และขอพระเจ้าทรงอวยพรจอร์แดนตลอดไป !!"

หลังจากนี้ พระสันตะปาปาจะเสด็จเยี่ยม "ศูนย์ราชินีแห่งสันติสุข" (Regina Pacis Centre) ก่อนจะตามด้วยการเสด็จไปร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจาก สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 ภายในพระราชวัง อัล-ฮุสเซน ต่อไป

อนึ่ง วาติกันและพระราชวงศ์จอร์แดน จัดว่ามีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันเป็นอย่างมาก โดยค.ศ.1999 สมเด็จพระราชาธิบดีฮุสเซน (พระราชบิดาของพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2) ทรงสิ้นพระชนม์ วาติกันได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมพิธีพระศพด้วย ส่วนตอนที่ สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลเลาะห์ ที่ 2 และ สมเด็จพระราชินีเรเนีย ก็ได้เสด็จมาร่วมมิสซาปลงพระศพเช่นกัน



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ประมวลภาพ : พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาทันทีที่เสด็จถึงจอร์แดน

- กษัตริย์จอร์แดนเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวันรับเสด็จโป๊ป





No comments:

Post a comment